ทั่วไป

วิธีดูแลบ้านและจัดสภาพแวดล้อมเหมาะกับสัตว์เลี้ยง

วิธีดูแลบ้านและจัดสภาพแวดล้อมเหมาะกับสัตว์เลี้ยง

ช่วงการระบาดของโควิด-19 คนจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านแทนการเดินทางไปเข้าออฟฟิศทุกวัน ระหว่างทำงานอยู่ที่บ้านสายสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับสัตว์แน่นแฟ้นกว่าที่เคย นับตั้งแต่มีมาตรการล็อกดาวน์ ยอดขายสัตว์เลี้ยงพุ่งทะยานเพราะคนที่อยู่บ้านต้องการมีเพื่อนคลายทุกข์แก้เหงา การเลี้ยงสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ช่วยให้สบายใจ หายเครียดได้ คนที่เพิ่งมีโอกาสเลี้ยงสัตว์ที่บ้านควรจัดแต่งบ้านให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

การมีสัตว์เลี้ยงที่บ้านต้องจัดสิ่งแวดล้อมเหมาะสม เครื่องใช้ต่าง ๆ ต้องทนทานต่อคราบและรอยขีดข่วน ควรเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์ทนต่อรอยเปื้อน เลือกใช้กระเบื้องปูพื้นแทนพรมที่ดูดซับกลิ่นและคราบสกปรกง่าย ซึ่งการทำความสะอาดมีความยุ่งยากเสียเวลา หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่เป็นสีขาวหรือสีอ่อน ควรหุ้มเบาะหรือใช้ผ้าคลุม เปลี่ยนปลอกหมอนซักใหม่บ่อย ๆ หลีกเลี่ยงผ้ากำมะหยี่ ผ้าไหม และผ้าทวีตที่เกิดคราบและรอยขีดข่วนได้ง่าย

แนะนำให้ลงทุนซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณภาพเพื่อจำกัดขนและสะเก็ดผิวหนังที่หลุดร่วง เครื่องฟอกอากาศก็จำเป็น รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบและกลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ เปลี่ยนตะกร้าขยะให้เป็นถังขยะแบบมีฝาผิดป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงคุ้ยถังขยะ สำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนควรเรียนรู้วิธีการจัดแต่งบ้านให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ควรเก็บอาหารและยาที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ เช่น ช็อคโกแลต ลูกเกด ถั่ว องุ่น และอะโวคาโดไว้บนชั้นสูงหรือตู้ที่ปิดมิด

นอกจากนี้ควรทำประตูและรั้วหรือเสริมความสูงเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงหลุดลอดออกไปนอกบ้าน ในกรณีที่พักอาศัยเป็นตึกสูงหรือคอนโดมีเนียมควรจ้างช่างมาติดกระจกหน้าต่างและติดตาข่ายที่ระเบียงเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงตกลงมาจากที่สูง

นานกว่า 2 ปีที่ผ่านมาใครที่อยู่กับบ้านเป็นระยะเวลานานเกิดความรู้สึกใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น เมื่อถึงเวลาต้องกลับไปทำงานมักจะเกิดปัญหาว่าสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ได้ มีอาการเหงาหงอยซึมเศร้า เมื่อพบปัญหาแบบนี้ควรจัดการเวลาให้ดี แบ่งงานกันว่าใครรับผิดชอบดูแลสัตว์เลี้ยงเวลาไหนบ้างเพื่อให้สัตว์เลี้ยงไม่เครียดจนเกิดเจ็บป่วย

หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติรวมถึงการกลับไปทำงานด้วย หลายองค์กรมีนโยบายปรับสถานที่ทำงานให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ยอมให้เจ้าของพาไปทำงานด้วย บรรยากาศในที่ทำงานสนุกสนานมากขึ้น มักจะเห็นเจ้านายและเพื่อนร่วมงานมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่าสถานที่ทำงานทั่วไปถึง 3 เท่า แน่นอนว่าการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในสถานที่ทำงานไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมกับทุกองค์กร โดยเฉพาะสถานที่ทำงานที่ต้องการความสะอาดและปลอดจากเชื้อโรค โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ต้องสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย สุดท้ายอาจต้องเลือกทำงานที่บ้านอย่างถาวรซึ่งทุกวันนี้การทำงานทางไกลกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ที่ยอมรับกันไปแล้ว

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรงช่วงโควิดระบาด
สุขภาพ

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรงช่วงโควิดระบาด

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ ทั้งสำหรับตัวเองและสมาชิกในครอบครัว และในช่วงที่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19ระบาด ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้นอย่างเคร่งครัดให้แข็งแรง

เรามาดูกันว่าจะดูแลสุขภาพในช่วงเวลานี้ ด้วยเทคนิคอย่างไรจึงจะเหมาะสม

1. ออกกำลังกายภายในบ้านเป็นประจำ
การออกกำลังกาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกาย ให้เม็ดเลือดขาวสามารถจัดการกับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่การออกกำลังกายในฟิตเนสช่วงเวลานี้ ก็เท่ากับเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้ได้รับเชื้อโรคได้ จึงขอแนะนำให้ซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ใช้ภายในอาคาร หรือใช้วิธีการเดินวิ่งรอบบริเวณบ้าน เพื่อให้ระบบภูมิต้านทางร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มความกระฉับกระเฉงและยังเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญอีกทางหนึ่งด้วย

2. รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ
การสั่งซื้ออาหารผ่านระบบออนไลน์ แล้วให้พนักงานมาส่ง เป็นเทคนิคที่ดีที่ผู้คนให้ความนิยม เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณได้รับอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อย่างสะดวกสบายในช่วงเวลานี้ ทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคโควิด-19 ด้วย การใส่ใจให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ทั้งกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผัก ผลไม้ ฯลฯ ย่อมดีกว่าการรับประทานอาหารซ้ำเดิมที่จำเจ หรือหากรับประทานแต่อาหารหมักดองที่หลายคนตุนไว้เป็นประจำต่อเนื่อง ก็จะทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้

3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคร้ายหลายชนิด เช่น มะเร็ง ตับแข็ง ทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานได้น้อยลง และยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดเหตุวิวาทหรืออุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงควรถือโอกาสช่วงที่โควิด-19 ระบาดนี้ งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยจะดีที่สุด

4. นอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
ผู้คนจำนวนมากได้ใช้เวลาช่วงนี้ทำงานที่บ้าน ที่เรียกว่า WFH หรือ Work From Home ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด และยังมีเวลาในการพักผ่อนนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยทางการแพทย์มีการศึกษาว่า เวลาในการเข้านอนที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ควรเริ่มตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลา 5 ทุ่มถึงตีสอง เป็นช่วงที่ร่างกายได้ฟื้นฟูร่างกาย เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีขึ้น ผิวพรรณก็สดใสยิ่งขึ้น ตื่นเช้าด้วยสมองที่โล่งโปร่ง พร้อมต่อการทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพในช่วงที่โควิดระบาด ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งดูแลด้านอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนที่เหมาะสม เราหวังว่าแนวทางที่กล่าวไป จะทำให้ทุกคนได้สนใจดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 ต่อไป

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรง