Nomophobia
Blogging

ติดมือถือ หรือ “Nomophobia” อาการที่น่าห่วงของคนสมัยนี้

การติดมือถือ คือ โรคหนึ่งที่ถูกบัญญัติอยู่ในโรคจิตเวชหนึ่ง ประเภทวิตกกังวล ซึ่งเป็นโรคสังคมเทคโนโลยียุคใหม่มักจะเป็นกัน หากเปรียบเทียบคล้ายกับโรคที่มีความกลัว เช่น กลัวความสูง กลัวที่แคบ เป็นต้น โดยในปี 2010 องค์การวิจัยแห่งราชอาณาจักรหรือแพทย์จากประเทศอังกฤษได้มีการวินิจฉัยและบัญญัติศัพท์มาใหม่ เรียกว่า โรคโนโมโฟเบีย (Nomophobia) มาจากคำว่า No mobile phone phobia ถ้าแปลความหมายเป็นไทย No mobile phone คือ ไม่มีโทรศัพท์ ส่วน Phobia คือ ความกลัว ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีสังเกตอาการคนติดมือถือพร้อมวิธีการเล่นมือถืออย่างถูกต้อง ดังต่อไปนี้

อาการติดมือถือหรือ Nomophobia

เมื่อมีอาการติดมือถือ จะมีความกังวลมาก ไม่ว่าจะเป็น กลัวมือถือหาย วิตกกังวลขณะไม่มีสัญญาณหรือ Wi-Fi นอกจากนี้เกิดความเครียดเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด จนต้องหาที่ชาร์จอย่างด่วน ถ้ามีข้อความมาจะดูและอ่านทันทีเพื่อตอบทำให้หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ หรือแม้แต่ขณะเดินก็จะหยุดข้างทาง หากเป็นต่างประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรป กลุ่มที่อ่านข้อความตามทางเดินจะทำให้ผู้คนรำคาญเนื่องจากจะเดิน ๆ หยุด ๆ และยิ่งไปกว่านั้นคนที่เป็นโรคนี้จะอ่านทั้ง ๆ ขับรถอยู่ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้

หากมีอาการหนักในระดับที่ตื่นขึ้นมาลุกหยิบโทรศัพท์มาดูในช่วงสะลึมสะลือ หรือเรียกอาการแบบนี้ว่า Severe Nomophobia เพื่อสำรวจเฟซบุ๊กว่ามีคนกดไลก์ให้กับตัวเองหรือไม่ นอกจากนี้การวิจัยของแพทย์ได้พบอีกว่า คนที่เป็นโรคนี้ได้ส่งข้อความถึงใครแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับก็จะทำให้โกรธ หงุดหงิด เริ่มบ่นและด่า ไม่แปลกใจเลยว่าคนในยุคนี้โดยส่วนใหญ่แล้ว จึงรอไม่เป็น เมื่อเปรียบเทียบกับคนในยุคก่อนหน้านี้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนใช้

วิธีการเล่นมือถืออย่างถูกต้อง

โทรศัพท์มือถือใช้ช่วงตอนกลางวัน ไม่ว่าจะสั่งงาน โพสต์อย่างสนุกสนาน การคุยกัน แต่หากช่วงเวลาเย็นควรเป็นเวลาสงบที่สุด หมายความว่า ให้ใช้ร่างกายมากกว่าการใช้สมองเล่นโทรศัพท์ เช่น การถักไหมพรม การแกะสลัก เล่นดนตรี หาหนังสือประวัตินักเตะที่ชอบ จากสโมสรชั้นนำ ยูเวนตุส โบโลญญ่า เอซีมิลา มาลองนั่งอ่าน การต่อจิ๊กซอว์ การทำอาหาร การปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ดูแลคนรอบข้างมากขึ้นด้วยการใช้ชีวิตกับคนรอบตัวที่เป็นมนุษย์จริง ๆ ที่ไม่ใช่มือถือ อาจจะสร้างกิจกรรมและพูดคุยภายในครอบครัวมากขึ้น เพราะถ้ามีการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมือถืออย่างไม่ระวัง นอกจากจะไม่มีเวลาดูแลคนรอบข้างแล้ว ยังจะไม่มีเวลาดูแลตัวเอง สำหรับกรณีที่เพิ่งเริ่มเลิกฝึกเล่นมือถือตอนเย็น แนะนำไม่ควรจับมือถือเกินกว่า 30 นาที แล้วค่อยมาเช็คในวันรุ่งขึ้น

การเล่นมือถืออย่างถูกต้องช่วยลดอาการติดมือถือหรือ Nomophobia แล้วยังช่วยลดอาการนิ้วล็อก คอ บ่าและไหล่ตึง ป้องกันการถูกผ่าตัดกระดูกต้นคอ ลดอาการชาปลายนิ้ว ลดการปวดหัวไมเกรน ป้องกันสายตาบอดก่อนวัยอันควรที่เกิดจากแสง blue light ที่ออกจากมือถือ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เล่นทั้งวัน คนที่เล่นในความมืดหรือปิดไฟ ซึ่งเรียกว่า Age Macular Degeneration โดยเฉพาะเด็กต่างประเทศ มีเปอร์เซ็นต์การสวมแว่นสูงกว่าเด็กไทย

มีการเปรียบเปรยว่ามือถือเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกาย เนื่องจากมีแต่คนก้มหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตื่นนอน แล้วสิ่งแรกที่ทำคือการเล่นมือถือ และก่อนนอน สิ่งสุดท้ายที่ทำคือการเล่นมือถือเช่นเดียวกัน ดังนั้นจะดีไม่น้อยเลยหากมีวิธีการเล่นมือถืออย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการป้องกันการติดมือถือ (Nomophobia) จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ SLOWLIFE หรือมีความสุขกับการใช้ชีวิตนั่นเอง