สุขภาพ

รู้จักอัลไซเมอร์ ใช้ชีวิตแบบไหนไม่เสี่ยงเป็นโรค

รู้จักอัลไซเมอร์ ใช้ชีวิตแบบไหนไม่เสี่ยงเป็นโรค

คนจำนวนไม่น้อยมีความเข้าใจผิดเรื่องอัลไซเมอร์ โรคนี้ไม่ใช่หลงลืมความจำไม่ดีตามประสาผู้สูงอายุ แต่เกิดจากภาวะสมองเสื่อมที่ส่งผลโดยตรงกับความทรงจำข้อมูลใหม่ๆ สาเหตุการเกิดโรคยังไม่แน่ชัด ถึงแม้อายุมากถือเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่อัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะมันสามารถเกิดกับคนทุกวัย ในเมื่อยังไม่มีวิธีการป้องกันหรือรักษาให้หายขาด มาดูกันว่าการใช้ชีวิตอย่างไรช่วยลดความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์ได้

อาการของอัลไซเมอร์เป็นอย่างไร 

  • ในระยะแรกเริ่มจากอาการหลงลืม จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้นไม่ได้ ถามซ้ำและพูดซ้ำเรื่องเดิม ลืมของ ทำของหาย หลงทางบ่อย เกิดความเครียดและซึมเศร้า แต่ยังพูดคุยรู้เรื่องใช้ชีวิตประจำวันได้
  • ในระยะกลางจะมีความจำแย่ลง เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากคนใจเย็นเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด หรือคนใจร้อนกลายเป็นเงียบขรึม เริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สมองเลอะเลือนหลงผิดคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย หลอกลวง ขโมยของ หรือถูกทรยศนอกใจ เริ่มเป็นภาระของครอบครัวเพราะดูแลยากและเข้าสังคมไม่ได้
  • ในระยะท้าย ไม่พูดจา กินน้อย เคลื่อนไหวน้อย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอร่างกายเจ็บป่วยได้ง่ายและเสียชีวิตในที่สุด

ผู้สูงอายุก็ไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์กันทุกคน แต่ถ้าอายุยืนก็ยิ่งมีอายุยืนยาวมีโอกาสป่วยอัลไซเมอร์มากขึ้น พันธุกรรมอาจมีส่วนบ้างแต่ก็เป็นเปอร์เซ็นไม่ได้มาก ทางที่ดีคือการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในระยะยาวได้ 

วิธีการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีดังนี้

  • ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • เล่นเกมฝึกสมองและความจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คิดอย่างเป็นระบบ ช่วยคลายเครียด คลายเหงา ทำให้มีสมาธิไม่ฟุ้งซ่าน ป้องกันโรคทางสมอง
  • ออกกำลังกาย รักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การดูแลระบบไหลเวียนเลือดให้ดีทำให้ร่างกายรับออกซิเจนส่งไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
  • ป้องกันโรคเรื้อรังในระยะเริ่มต้น เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลในเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน และภาวะซึมเศร้า

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ด้วยการกระตุ้นสมองฟื้นฟูความจำทำได้หลายวิธี เช่น การเล่นเกมจำรูปภาพช่วยกระตุ้นการรับรู้และมีความจำดีขึ้น การเล่นหมากรุกหรือเล่นไพ่เป็นการบริหารสมองฝึกการคิดวิเคราะห์พร้อมกับวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วนป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ สำหรับการเล่นวิดีโอเกมกระตุ้นความคิดด้านการวางแผนและการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลายคนไม่ได้วางแผนด้านเดียวแต่เป็นการร่วมกันคิดเป็นทีม ให้ความช่วยเหลือกันเพื่อเดินเกมไม่พลาด ควรเลือกเกมง่ายๆ เหมาะกับวัย บริษัทพัฒนาเกมสร้างเกมออนไลน์ที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัยออกมาหลายเกม เลือกเล่นเกมที่ใช้ความคิดและความจำเพื่อบริหารสมองสำหรับผู้สูงอายุ ไม่เน้นเกมที่ใช้ไหวพริบหรือการคิดเชิงกลยุทธ์ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า

คนในครอบครัวควรเอาใจใส่ผู้สูงอายุ ชวนกันทำกิจกรรมสนุกเพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านไม่เหงา พัฒนาสมอง ฝึกสมาธิ และฟื้นฟูความจำ ได้ประโยชน์ทั้งด้านบริหารสมองและออกกำลังกายเป็นภูมิคุ้มกันโรคทางกายและใจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมอย่างได้ผล

สุขภาพ

โรคที่คนติดการพนันและเล่นหวยต้องระวัง

โรคที่คนติดการพนันและเล่นหวยต้องระวัง

การเสี่ยงโชคเพื่อทำให้เราได้สิ่งที่ต้องการ เช่น เงินหรือวัตถุต่าง ๆ อาทิ การเล่นไฮโล ตีไก่ เล่นหวย พนันบอล ฯลฯ ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถหยุดกิจกรรมดังกล่าวได้ ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นโรคเสพติดการพนัน อันเป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการนี้จะไม่สามารถบังคับตัวเองได้ มีการต่อต้านสิ่งที่ขวางกั้นอย่างรุนแรง และเมื่อผิดหวังหรือเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก ก็จะเกิดความหงุดหงิด ซึมเศร้า ตามมาด้วยการดื่มสุราและอาจถึงขั้นใช้สารเสพติดที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้

โรคของการติดการพนันเกิดจากอะไร

1) สื่อยั่วยุต่าง ๆ คือ การโฆษณาตามเว็บไซต์ หรือสื่อโซเชียลต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นแค่ประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น

2) สภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย คือ การที่อยู่ใกล้หรืออยู่ในสถานที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และคนรอบตัวที่ชอบเล่นการพนัน

3) สารเคมีในสมอง คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารเคมีที่อยู่ในสมอง ได้แก่ สารโดปามีน กับสารซีโรโทนิน

สัญญาณเตือนเมื่อติดการพนัน

1) คิดว่าเมื่อลำบากแล้ว การพนันจะเป็นทางออกให้กับชีวิตได้

2) จะมองข้ามข้อเสียของการเล่นการพนันทุกประเภท

3) อยากเล่นการพนันรูปแบบต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา

4) เริ่มที่จะใช้เงินมากขึ้น เพื่อเสี่ยงโชคการพนันแบบต่าง ๆ

5) หาช่องทางในการใช้หนี้แบบผิด ๆ เช่น ค้าประเวณี ขายยาเสพติด ฯลฯ

วิธีการป้องกันเมื่อเป็นโรคติดการพนัน

1) ต้องพยายามเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ว่าเป็นความบันเทิงและไม่นำมายุ่งเกี่ยวกับการพนัน

2) เรียนรู้และเข้าใจข้อเสียของการเล่นการพนัน เพื่อช่วยให้เราหลีกเลี่ยงมัน ไม่ประมาทว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่น่าติด

3) ต้องฝึกปฏิเสธ เมื่อพบเจอใครที่ชักชวนเข้าสู่วงการพนัน

การรักษาโรคติดการพนัน

ถ้าเจ้าตัวไม่สามารถหักห้ามตัวเองในการเล่นการพนันได้ และมีแนวโน้มที่จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ญาติพี่น้องควรพาไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษา อาจต้องใช้ยาและเข้ากลุ่มบำบัดทางใจ

การเล่นหวยหรือการติดการพนันแบบต่าง ๆ เป็นสิ่งที่รักษาให้บรรเทาลงได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าตัวและคนใกล้ชิดที่ต้องร่วมมือกัน มีเป้าหมายที่จะลด ละ เลิกให้ได้ ซึ่งควรทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินใหญ่โตเกินไป เช่น การกู้เงินนอกระบบเพื่อมาจ่ายหนี้พนัน การค้าประเวณีเพื่อแลกกับหนี้ ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเห็นโทษของการเล่นพนันและใส่ใจคนรอบข้าง ชี้แนะนำทางที่ถูกต้องเพื่อให้สังคมไทยเราปลอดจากปัญหาการพนันและกิจกรรมผิดกฎหมายได้มากขึ้น

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรงช่วงโควิดระบาด
สุขภาพ

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรงช่วงโควิดระบาด

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ ทั้งสำหรับตัวเองและสมาชิกในครอบครัว และในช่วงที่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19ระบาด ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้นอย่างเคร่งครัดให้แข็งแรง

เรามาดูกันว่าจะดูแลสุขภาพในช่วงเวลานี้ ด้วยเทคนิคอย่างไรจึงจะเหมาะสม

1. ออกกำลังกายภายในบ้านเป็นประจำ
การออกกำลังกาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกาย ให้เม็ดเลือดขาวสามารถจัดการกับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่การออกกำลังกายในฟิตเนสช่วงเวลานี้ ก็เท่ากับเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้ได้รับเชื้อโรคได้ จึงขอแนะนำให้ซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ใช้ภายในอาคาร หรือใช้วิธีการเดินวิ่งรอบบริเวณบ้าน เพื่อให้ระบบภูมิต้านทางร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มความกระฉับกระเฉงและยังเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญอีกทางหนึ่งด้วย

2. รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ
การสั่งซื้ออาหารผ่านระบบออนไลน์ แล้วให้พนักงานมาส่ง เป็นเทคนิคที่ดีที่ผู้คนให้ความนิยม เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณได้รับอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อย่างสะดวกสบายในช่วงเวลานี้ ทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคโควิด-19 ด้วย การใส่ใจให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ทั้งกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผัก ผลไม้ ฯลฯ ย่อมดีกว่าการรับประทานอาหารซ้ำเดิมที่จำเจ หรือหากรับประทานแต่อาหารหมักดองที่หลายคนตุนไว้เป็นประจำต่อเนื่อง ก็จะทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้

3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคร้ายหลายชนิด เช่น มะเร็ง ตับแข็ง ทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานได้น้อยลง และยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดเหตุวิวาทหรืออุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงควรถือโอกาสช่วงที่โควิด-19 ระบาดนี้ งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยจะดีที่สุด

4. นอนหลับให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
ผู้คนจำนวนมากได้ใช้เวลาช่วงนี้ทำงานที่บ้าน ที่เรียกว่า WFH หรือ Work From Home ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด และยังมีเวลาในการพักผ่อนนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยทางการแพทย์มีการศึกษาว่า เวลาในการเข้านอนที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ควรเริ่มตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลา 5 ทุ่มถึงตีสอง เป็นช่วงที่ร่างกายได้ฟื้นฟูร่างกาย เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีขึ้น ผิวพรรณก็สดใสยิ่งขึ้น ตื่นเช้าด้วยสมองที่โล่งโปร่ง พร้อมต่อการทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพในช่วงที่โควิดระบาด ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งดูแลด้านอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนที่เหมาะสม เราหวังว่าแนวทางที่กล่าวไป จะทำให้ทุกคนได้สนใจดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้างให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 ต่อไป

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้แข็งแรง

งาน, สุขภาพ

เทคนิคเพิ่มความสดชื่นช่วงบ่าย

เทคนิคเพิ่มความสดชื่นช่วงบ่าย

สมองและร่างกายของคนเรามีศักยภาพที่จำกัด ทำให้มีการกำหนดชั่วโมงทำงานไม่ให้เกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตาม การทำงาน อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ว่าตอนบ่ายมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง เนื่องจากความเมื่อยล้าและความง่วง

วิธีใดที่สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้บ้าง

1. ให้นอนงีบพักเที่ยง

การงีบหลับหลังจากรับประทานอาหาร ประมาณ 10-15 นาที จะทำให้คุณฟื้นพละกำลังกลับมาได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สมองและกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วนได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดในช่วงครึ่งวันเช้า ส่งผลดีคือความผิดพลาดในการทำงานตอนบ่ายจะน้อยลงด้วย หากที่ทำงานมีห้องให้เจ้าหน้าที่ไปนอนพักได้ แนะนำให้ใช้บริการ การได้พักผ่อนสักครู่ จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากขึ้น

2. การดื่มชากาแฟ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมดื่มชาและกาแฟในตอนเช้าเพราะจะช่วยให้สดชื่นขึ้น ทั้งนี้ ก็สามารถดื่มเพิ่มในตอนบ่าย ช่วง 13:00 น. ถึง 15:00 น. วันละ 1 แก้ว จะทำให้มีความจำดีขึ้นจากสารคาเฟอีนได้ เสริมสร้างสมาธิได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสูตรที่มีความหวานน้อย ไม่ใส่ครีมเทียม เพราะจะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มและเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูงได้

3. การใช้กลิ่นบำบัด

กลิ่นหอมเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นได้ โดยเฉพาะกลิ่นน้ำมันมะนาว กลิ่นน้ำมันสะระแหน่ peppermint ซึ่งอาจใช้เป็นน้ำมันนวด หรือครีมที่มีการแต่งกลิ่นดังกล่าว เอามานวดใส่ฝ่ามือและถูตามหลังไหล่ แขนและขา หรืออาจเลือกใช้เป็น diffuser ให้ความหอมในห้องทำงาน ก็จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นขึ้นได้อย่างมากแน่นอน

4. เอางานที่ชอบทำตอนบ่าย

ตอนเช้าควรจะทำงานที่ใช้พลังสมองมาก หรือต้องทำงานประสานกับคนอื่น เพราะว่าร่างกายของคุณยังมีความสดชื่นมากจากการนอนหลับเต็มที่มาตลอดทั้งคืน ส่วนในตอนบ่าย ควรจะกำหนดให้เป็นเวลาสำหรับงานที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษและไม่ต้องใช้ความคิดซับซ้อนมาก จะทำให้ทำงานอย่างมีแรงจูงใจ กระปรี้กระเปร่าได้โดยอัตโนมัติ

5. ขยับร่างกายเดินพักผ่อน

การเดินยืดเส้นยืดสายในช่วงตอนบ่ายหลังรับประทานอาหาร หรือพักจากการทำงานต่อเนื่องทุก ๆ 1 ชั่วโมง เดินไปสูดอากาศหายใจข้างนอกห้องแอร์บ้าง จะทำให้คุณได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีการศึกษาพบว่าการได้พักผ่อนสายตาจากคอมพิวเตอร์ มองต้นไม้สีเขียวไกล ๆ สัก 5-10 นาที จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและสดชื่นขึ้นได้แบบง่าย ๆ

เราหวังว่า เทคนิคเพิ่มความสดชื่นที่กล่าวมา จะทำให้คุณนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ลดความง่วงและความเมื่อยล้าตอนบ่ายได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมดื่มชาและกาแฟ

สิ่งที่ต้องระวัง หากไม่อยากเป็นโรคเครียดจากการทำงาน
สุขภาพ

สิ่งที่ต้องระวัง หากไม่อยากเป็นโรคเครียดจากการทำงาน

ปัจจุบันพบว่ามีคนจำนวนมากเป็นโรคเครียดจากการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและบั่นทอนสุขภาพจิตในชีวิตประจำวันด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคเครียดจากการทำงาน เพื่อให้ทุกท่านได้สำรวจและรับมืออย่างเหมาะสม

1. ขาดการวางแผนในการทำงาน ในแต่ละวันคนส่วนใหญ่จะมีงานให้ทำหลายชิ้น เช่น การติดต่อลูกค้า การทำงานเอกสาร การประชุมกับเจ้านาย ฯลฯ หากไม่วางแผนตารางงานให้ดี ก็จะทำให้เกิดการสะสมงานที่คั่งค้างเป็นจำนวนมากและเกิดความเครียดได้ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่นิยมรับงานฟรีแลนซ์เสริมเพื่อเพิ่มเงินรายได้ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอจนกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาวด้วย ก่อนการรับงานใด ๆ จึงควรวางแผนและบริหารจัดการเวลาตามตารางเวลาให้ลงตัวเสมอ

2. ขาดอำนาจในการตัดสินใจ ทำให้รู้สึกไม่มีคุณค่าในที่ทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องมีการทำงานเป็นทีม ถ้าผู้นำหรือผู้จัดการทีมมีบทบาทในการควบคุมทิศทางและการตัดสินใจของทีมมากเกินไป จนขาดการรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ก็อาจทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกเครียดและรู้สึกขาดความภูมิใจในตนเองและเกิดภาวะเครียดสะสมตามมาได้

3. ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นไปในทางแข่งขันมากกว่าช่วยเหลือกัน มักจะเกิดจากคนอายุใกล้เคียงกันที่ทำงานในสายอาชีพเดียวกัน โดยมักอยู่ในตำแหน่งที่มีความก้าวหน้าและรายได้อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง หากมีทัศนคติเชิงลบต่อกัน จะยิ่งเพิ่มความเครียดและความกดดันในการทำงาน ทำให้ขาดความสุขในการทำงานและกลายเป็นโรคเครียด รวมถึงโรคซึมเศร้าและโรคนอนไม่หลับได้

4. ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เมื่อนโยบายของบริษัทมีการปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานเพิ่มในด้านที่ไม่ถนัด หรือกรณีมีการควบรวมกิจการของบริษัทและเตรียมปลดพนักงานที่ประสิทธิภาพต่ำ ก็จะทำให้พนักงานเกิดความเครียดอย่างสูงจนกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานได้

5. การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น มีเสียงดังรบกวนสมาธิในการทำงาน สภาพอากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก ขาดอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวก ฯลฯ จะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ส่งผลเสียต่อสุขภาพและบั่นทอนความสุขในการทำงานได้

6. ไม่ได้รับการส่งเสริม หากทำงานอย่างเต็มที่แล้วไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม รวมถึงไม่ได้รับการผลักดันให้ทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น ก็จะทำให้เป็นโรคเครียดได้

ในการทำงาน ทุกคนต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเครียด ซึ่งสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเจ้านายและเพื่อนร่วมงานนับว่ามีผลต่อภาวะเครียดอย่างมาก หากคุณรู้สึกว่ากำลังเข้าข่ายเป็นโรคเครียด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงกับสาเหตุต่อไป

สาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคเครียด

ประโยชน์และความรู้เกี่ยวกับ เรื่องกล้วยกล้วย
สุขภาพ

ประโยชน์และความรู้เกี่ยวกับ เรื่องกล้วยกล้วย

ถ้าพูดถึงเรื่องของผลไม้ กล้วยคงจะเป็นสิ่งแรกที่เรานึกถึงและมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ที่เรารู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี คุณประโยชน์มากมายแตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด รูปร่าง รสชาติ ที่แตกต่างกันออกไป ชนิดของกล้วยที่เรารู้จักกันดี คือ กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหักมุก กล้วยน้ำว้า เป็นต้น ลักษณะรูปร่างก็แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของกล้วยน้ำว้ากันว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง

กล้วยน้ำว้า คือผลไม้ชนิดแรกเลยก็ว่าได้ที่เราได้รับประทานมาตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้น หลายๆคนจึงโตมากับกล้วยที่แม่มักจะบดให้เราทาน กล้วยน้ำว้านั้นมีสารอาหารมากมายและเต็มไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก เพราะเหตุนี้แหละเราถึงเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงให้เราทานกล้วยบด เรามักได้ยินปู่ ย่า ตา ยาย เราพูดเสมอว่าการรับประทานกล้วยทำให้อายุยืน คนเฒ่าคนแก่ที่อายุเยอะๆมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กล้วยน้ำว้าคือยาอายุวัฒนะ ที่ทำให้พวกท่านอายุยืนยาวและแข็งแรง และในปัจจุบันกล้วยน้ำว้าก็ยังคงเป็นที่นิยมของเรากับรสชาติที่หวานอร่อย รับประทานง่าย ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย หลายๆบ้านจึงต้องมีกล้วยน้ำว้าสุกติดบ้านไว้เผื่อเวลาหิวก็สามารถหยิบทานได้เลย

รับประทานกล้วยน้ำว้า 1 ผล ให้พลังงานถึง 100 แคลอรี่ และยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต ที่ช่วยป้องกันโรคความดันได้ มีแคลเซียมสูง วิตามิน B1 B2 C และ B6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ขับถ่ายง่าย อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคต่างๆเช่น โรคกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ กระเพาะอักเสบ ใครที่ท้องผูกบ่อยๆทานกล้วยน้ำว้าเป็นประจำจะช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น กล้วยน้ำว้ายังสามารถแปรรูปให้มีความหลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น กล้วยบวชชีใส่กะทิหวานมัน กล้วยตากอบน้ำผึ้ง กล้วยกวน กล้วยปิ้ง กล้วยทอด กล้วยฉาบ บางอย่างแปรรูปแล้วเก็บไว้ทานได้นานเลยล่ะ กล้วยน้ำว้ายังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่ ช่วยลดอาการนอนไม่หลับ แก้อาการเมาค้าง และความสามารถของกล้วยน้ำว้านั้นยังช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วย

ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้านั้นมีมากมาย มีประโยชน์กับทุกเพศทุกวัยจริงๆ บางอย่างเราอาจไม่เคยรู้ว่ากล้วยน้ำว้าจะมีประโยชน์ขนาดนี้ ทั้งราคาถูก หาทานง่าย มีขายอยู่ทั่วๆไป พกพาไปที่ไหนก็สะดวกสบาย อยู่ท้องอิ่มนานเป็นที่โปรดปรานของเด็กๆ การรับประทานกล้วยที่ดีที่สุดควรทานตอนในตอนเช้า จะช่วยให้ระบบการทำงานในร่างกายทำงานได้ดี หากทานได้อย่างน้อยวันละ 2 ผล ร่างกายของเราจะแข็งแรงห่างไกลความเจ็บป่วย แถมยังอิ่มท้องได้นานอีกด้วย

ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้านั้นมีมากมาย