งาน, สุขภาพ

เทคนิคเพิ่มความสดชื่นช่วงบ่าย

เทคนิคเพิ่มความสดชื่นช่วงบ่าย

สมองและร่างกายของคนเรามีศักยภาพที่จำกัด ทำให้มีการกำหนดชั่วโมงทำงานไม่ให้เกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตาม การทำงาน อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ว่าตอนบ่ายมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง เนื่องจากความเมื่อยล้าและความง่วง

วิธีใดที่สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้บ้าง

1. ให้นอนงีบพักเที่ยง

การงีบหลับหลังจากรับประทานอาหาร ประมาณ 10-15 นาที จะทำให้คุณฟื้นพละกำลังกลับมาได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สมองและกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วนได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดในช่วงครึ่งวันเช้า ส่งผลดีคือความผิดพลาดในการทำงานตอนบ่ายจะน้อยลงด้วย หากที่ทำงานมีห้องให้เจ้าหน้าที่ไปนอนพักได้ แนะนำให้ใช้บริการ การได้พักผ่อนสักครู่ จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากขึ้น

2. การดื่มชากาแฟ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมดื่มชาและกาแฟในตอนเช้าเพราะจะช่วยให้สดชื่นขึ้น ทั้งนี้ ก็สามารถดื่มเพิ่มในตอนบ่าย ช่วง 13:00 น. ถึง 15:00 น. วันละ 1 แก้ว จะทำให้มีความจำดีขึ้นจากสารคาเฟอีนได้ เสริมสร้างสมาธิได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสูตรที่มีความหวานน้อย ไม่ใส่ครีมเทียม เพราะจะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มและเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูงได้

3. การใช้กลิ่นบำบัด

กลิ่นหอมเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นได้ โดยเฉพาะกลิ่นน้ำมันมะนาว กลิ่นน้ำมันสะระแหน่ peppermint ซึ่งอาจใช้เป็นน้ำมันนวด หรือครีมที่มีการแต่งกลิ่นดังกล่าว เอามานวดใส่ฝ่ามือและถูตามหลังไหล่ แขนและขา หรืออาจเลือกใช้เป็น diffuser ให้ความหอมในห้องทำงาน ก็จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นขึ้นได้อย่างมากแน่นอน

4. เอางานที่ชอบทำตอนบ่าย

ตอนเช้าควรจะทำงานที่ใช้พลังสมองมาก หรือต้องทำงานประสานกับคนอื่น เพราะว่าร่างกายของคุณยังมีความสดชื่นมากจากการนอนหลับเต็มที่มาตลอดทั้งคืน ส่วนในตอนบ่าย ควรจะกำหนดให้เป็นเวลาสำหรับงานที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษและไม่ต้องใช้ความคิดซับซ้อนมาก จะทำให้ทำงานอย่างมีแรงจูงใจ กระปรี้กระเปร่าได้โดยอัตโนมัติ

5. ขยับร่างกายเดินพักผ่อน

การเดินยืดเส้นยืดสายในช่วงตอนบ่ายหลังรับประทานอาหาร หรือพักจากการทำงานต่อเนื่องทุก ๆ 1 ชั่วโมง เดินไปสูดอากาศหายใจข้างนอกห้องแอร์บ้าง จะทำให้คุณได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีการศึกษาพบว่าการได้พักผ่อนสายตาจากคอมพิวเตอร์ มองต้นไม้สีเขียวไกล ๆ สัก 5-10 นาที จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและสดชื่นขึ้นได้แบบง่าย ๆ

เราหวังว่า เทคนิคเพิ่มความสดชื่นที่กล่าวมา จะทำให้คุณนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ลดความง่วงและความเมื่อยล้าตอนบ่ายได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมดื่มชาและกาแฟ

ทักษะการฟังสำคัญกับการทำงานอย่างไร
งาน

ทักษะการฟังสำคัญกับการทำงานอย่างไร

มารยาทการฟังที่ดีสร้างเสน่ห์ดึงดูดใจทำให้คุณเป็นคนน่ารักน่าคบ เพราะการฟังอย่างตั้งใจจับใจความและข้อมูลได้ครบถ้วนไม่เพียงเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น ยังช่วยให้เข้าถึงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้พูดได้อย่างถ่องแท้ ทักษะการฟังที่ยอดเยี่ยมเป็นสิ่งจำเป็นในบางสาขาอาชีพ โดยเฉพาะงานขายและบริการถือเป็นทักษะอันดับหนึ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป การรับฟังเสียงของลูกค้าทำให้เข้าถึงความต้องการเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย ได้รับรู้ปัญหาแท้จริงและช่วยแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ การสื่อสารที่ดีเยี่ยมเป็นประโยชน์ต่ออาชีพ สร้างความเข้าใจระหว่างเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ช่วยลดความขัดแย้ง ลดปัญหาในการทำงานแบบทีม

ทักษะการฟังที่ดีมีผลต่อความสำเร็จในการทำงาน มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

การฟังอย่างกระตือรือร้นผ่านภาษากายบ่งบอกว่ากำลังสนใจฟัง มองตาผู้พูด พยักหน้า และตอบรับเป็นระยะ เป็นการสื่อสารทางกายที่อาศัยการฝึกฝนเล็กน้อย การมองตายังเป็นการบังคับให้ตั้งใจฟังเรื่องราวและเก็บข้อมูลครบถ้วน หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะระหว่างอีกฝ่ายกำลังพูด เก็บคำถาม ความคิดเห็นและคำแนะนำไว้รอจนกว่าผู้พูดจะพูดจบแล้ว เว้นแต่อีกฝ่ายจะมีทักษะการสื่อสารที่ดีและหยุดเป็นระยะเพื่อให้ผู้ฟังถาม ค่อยถามแทรกขึ้นมาได้แบบไม่เสียมารยาท

ทักษะการฟังที่ดีเป็นประโยชน์ช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าในอาชีพการงาน ลูกค้าจะได้รับประโยชน์เมื่อคุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการและตอบสนองได้ตรงใจ

สภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีเสียงดังรบกวน เช่น เสียงรถยนต์ เพลงดัง ทำให้ได้ยินบทสนทนาไม่ชัดและเข้าใจไขว้เขว ควรย้ายไปคุยที่อื่นซึ่งไม่มีเสียงรบกวน หรือผู้พูดมีสำเนียงต่างประเทศก็ต้องขอให้พูดชัดและช้าลง

หากคุณกังวลกับสิ่งที่คนอื่นพูด ปัญหาอาจอยู่ที่ความสนใจของตัวคุณเองก็ได้ การมีความคิดอคติต่อผู้พูดและเรื่องที่ฟังเป็นอุปสรรคทำให้เข้าใจข้อมูลยากขึ้น คนเรามักจะฟังเฉพาะสิ่งที่ตนเองสนใจและคิดว่ามีประโยชน์ แต่เมื่อจำเป็นต้องรับฟัง แนะนำว่าควรตั้งสมาธิฟังเนื้อหาสาระทั้งหมด จับใจความสำคัญก่อน ตรงไหนไม่เข้าใจให้ถาม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ทักษะการฟังที่ดีมีผลต่อความสำเร็จในการทำงาน

หากคุณเป็นผู้จัดการหรือมีตำแหน่งสูงยิ่งจำเป็นต้องฝึกฝนมากขึ้นเพราะการฟังเป็นส่วนหนึ่งของทักษะความเป็นผู้นำ เมื่อหัวหน้ารับฟังลูกน้องและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับงานหรือเรื่องส่วนตัว สามารถร่วมมือกับทีมทำความเข้าใจกับปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขได้สำเร็จ ทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ส่วนหัวหน้าย่อมได้รับความไว้วางใจและความเคารพจากเพื่อนร่วมงาน ในทางกลับกันหากไม่มีใครฟังใครหรือฟังกันไม่เข้าใจแล้วสื่อสารกันผิดจะทำให้เกิดความเครียดและความกดดันในที่ทำงาน

การประชุมในที่ทำงานมักมีข้อเสนอที่ขัดแย้งกัน การฟังอย่างกระตือรือร้นสามารถช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ซึ่งสะท้อนความสามารถระดับมืออาชีพของคุณ หลายครั้งคุณอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของผู้อื่น การรับฟังกันและกันจะเปิดรับประสบการณ์และมุมมองของเพื่อนร่วมงาน ช่วยลดความขัดแย้งและปัญหาในที่ทำงาน ได้ข้อสรุปแยกย้ายกันไปทำงานเร็วขึ้นและสำเร็จด้วยดี