สุขภาพ

โรคที่คนติดการพนันและเล่นหวยต้องระวัง

โรคที่คนติดการพนันและเล่นหวยต้องระวัง

การเสี่ยงโชคเพื่อทำให้เราได้สิ่งที่ต้องการ เช่น เงินหรือวัตถุต่าง ๆ อาทิ การเล่นไฮโล ตีไก่ เล่นหวย พนันบอล ฯลฯ ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถหยุดกิจกรรมดังกล่าวได้ ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นโรคเสพติดการพนัน อันเป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการนี้จะไม่สามารถบังคับตัวเองได้ มีการต่อต้านสิ่งที่ขวางกั้นอย่างรุนแรง และเมื่อผิดหวังหรือเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก ก็จะเกิดความหงุดหงิด ซึมเศร้า ตามมาด้วยการดื่มสุราและอาจถึงขั้นใช้สารเสพติดที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้

โรคของการติดการพนันเกิดจากอะไร

1) สื่อยั่วยุต่าง ๆ คือ การโฆษณาตามเว็บไซต์ หรือสื่อโซเชียลต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นแค่ประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น

2) สภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย คือ การที่อยู่ใกล้หรืออยู่ในสถานที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และคนรอบตัวที่ชอบเล่นการพนัน

3) สารเคมีในสมอง คือ การเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารเคมีที่อยู่ในสมอง ได้แก่ สารโดปามีน กับสารซีโรโทนิน

สัญญาณเตือนเมื่อติดการพนัน

1) คิดว่าเมื่อลำบากแล้ว การพนันจะเป็นทางออกให้กับชีวิตได้

2) จะมองข้ามข้อเสียของการเล่นการพนันทุกประเภท

3) อยากเล่นการพนันรูปแบบต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา

4) เริ่มที่จะใช้เงินมากขึ้น เพื่อเสี่ยงโชคการพนันแบบต่าง ๆ

5) หาช่องทางในการใช้หนี้แบบผิด ๆ เช่น ค้าประเวณี ขายยาเสพติด ฯลฯ

วิธีการป้องกันเมื่อเป็นโรคติดการพนัน

1) ต้องพยายามเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ว่าเป็นความบันเทิงและไม่นำมายุ่งเกี่ยวกับการพนัน

2) เรียนรู้และเข้าใจข้อเสียของการเล่นการพนัน เพื่อช่วยให้เราหลีกเลี่ยงมัน ไม่ประมาทว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่น่าติด

3) ต้องฝึกปฏิเสธ เมื่อพบเจอใครที่ชักชวนเข้าสู่วงการพนัน

การรักษาโรคติดการพนัน

ถ้าเจ้าตัวไม่สามารถหักห้ามตัวเองในการเล่นการพนันได้ และมีแนวโน้มที่จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ญาติพี่น้องควรพาไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษา อาจต้องใช้ยาและเข้ากลุ่มบำบัดทางใจ

การเล่นหวยหรือการติดการพนันแบบต่าง ๆ เป็นสิ่งที่รักษาให้บรรเทาลงได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าตัวและคนใกล้ชิดที่ต้องร่วมมือกัน มีเป้าหมายที่จะลด ละ เลิกให้ได้ ซึ่งควรทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินใหญ่โตเกินไป เช่น การกู้เงินนอกระบบเพื่อมาจ่ายหนี้พนัน การค้าประเวณีเพื่อแลกกับหนี้ ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเห็นโทษของการเล่นพนันและใส่ใจคนรอบข้าง ชี้แนะนำทางที่ถูกต้องเพื่อให้สังคมไทยเราปลอดจากปัญหาการพนันและกิจกรรมผิดกฎหมายได้มากขึ้น

การเล่นกีฬามีประโยชน์กับสาว ๆ มากกว่าที่คิด
กีฬา / ข่าวกีฬา

การเล่นกีฬามีประโยชน์กับสาว ๆ มากกว่าที่คิด

เป็นที่รู้กันดีว่าการออกกำลังกายและเล่นกีฬาส่งเสริมสุขภาพร่างกาย สร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และจิตใจเข้มแข็งไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคง่าย ๆ การเล่นกีฬาเป็นประโยชน์สำหรับผู้หญิงมากกว่าที่หลายคนคิด มีข้อดีอย่างไรบ้างมาดูกัน

1.ประโยชน์ต่อสุขภาพ

การเล่นกีฬาส่งเสริมสุขภาพร่างกาย สาววัยทีนเอจที่เล่นกีฬามีสุขภาพแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายถึงสามเท่า มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงเป็นโรคเจ็บป่วยเรื้อรังในอนาคต เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ ผู้หญิงที่เล่นกีฬา สาว ๆ จำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่พอใจรูปร่างของตัวเอง มักจะอดอาหารจนมีพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสมส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ถ้าเล่นกีฬาจะมีรูปร่างสมส่วนและลดความเสี่ยงโรคอ้วน นอกจากนี้ยังทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ลดอาการปวดท้องและเป็นตะคริว ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน กีฬาเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ลดโอกาสการติดบุหรี่และใช้ยาเสพติด ที่สำคัญคือลดปัญหาคุณแม่วัยทีนได้ด้วย

2.ประโยชน์ต่อการเรียน

การเล่นกีฬาทำให้สมาธิดี มีความจำขึ้น รู้จักการวางแผนและคิดวิเคราะห์ฉับไว ช่วยแก้ไขจุดอ่อนของผู้หญิงทำให้เกรดดีขึ้นในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เก่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้ผู้หญิงเก่งเรื่องการจัดระเบียบ การจัดลำดับความสำคัญ กระตุ้นให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย ส่งผลให้เด็กผู้หญิงมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น

3.ประโยชน์ด้านการเข้าสังคม

ถ้าลองติดตาม ตารางบอล 888 จะเห็นว่าแต่ละวันมีคนสนใจดูกีฬาฟุตบอลหลักล้าน ผู้หญิงที่เล่นกีฬาจะปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีกว่า เนื่องจากมีกลุ่มเพื่อนสาวเป็นมิตรภาพที่สนิทสนมแนบแน่น ส่วนหนึ่งเกิดจากการเล่นกีฬาเป็นทีมสร้างความมีวินัยและความรับผิดชอบ มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันช่วยให้ทำงานเป็นทีมได้ดีขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมทางสังคมมากขึ้นในภายหลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การเล่นกีฬาทำให้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ ไม่เฉพาะกับเด็กในวัยเดียวกันยังรวมถึงผู้เล่นที่มีอายุมากกว่าและโค้ชของทีมต่าง ๆ ด้วย การสร้างเครือข่ายทางสังคมทำให้ได้เปรียบในการหาความร่วมมือทำกิจการงานและธุรกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จง่ายขึ้น

4.ประโยชน์ต่อจิตใจ

การเล่นกีฬาช่วยให้มีอารมณ์ดีและจิตใจเข้มแข็ง มีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อทำตามเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จ มีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ มีความนับถือตนเอง สร้างความมั่นใจในตัวเอง ทั้งนี้ เด็กสาววัยรุ่นมักจะขาดความมั่นใจในตนเอง การเล่นกีฬาทำให้สุภาพดี รูปร่างสมส่วน ช่วยให้มั่นใจในภาพลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น ทั้งความเครียด ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายจะน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เล่นกีฬา การเล่นกีฬาต้องฝึกซ้อมเป็นประจำ ฝึกฝนความพากเพียรอดทนทำให้มีทักษะในการเผชิญปัญหา มีความรอบคอบและยืดหยุ่นมากขึ้น การเผชิญปัญหาตั้งแต่ยังเล็กทำให้ไม่หวาดหวั่นกับความทุกข์ยากในอนาคต

5.ประโยชน์ด้านทักษะความเป็นผู้นำ

การเล่นกีฬาพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำดี เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกันและรู้จักใช้คนเพื่อเสริมจุดแข็งของกันและกัน มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและเห็นแก่ตัวน้อยลง รู้วิธีพูดคุยและจัดการอารมณ์ของลูกทีมไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ตามสามารถนำทักษะความเป็นผู้นำไปใช้ส่งเสริมความสำเร็จในอาชีพในอนาคตด้วย

ไม่มีหมวด

มือใหม่หัดเดินทาง ท่องเที่ยวครั้งแรกอย่างไรจึงปลอดภัยหายห่วง

มือใหม่หัดเดินทาง ท่องเที่ยวครั้งแรกอย่างไรจึงปลอดภัยหายห่วง

เป็นธรรมเนียมว่าเมื่อเข้าสู่ปลายปีเมื่อไหร่ก็ถึงเวลาวางแผนในการท่องเที่ยวกัน แม้ว่าปีนี้สถานการณ์โควิดจะยังไม่คลี่คลาย แต่สัญญาณที่ดีก็ค่อย ๆ มีมาเรื่อย ๆ ไหน ๆ ก็เครียดกันมาทั้งปี ก็ถึงเวลาได้ผ่อนคลายด้วยการท่องเที่ยวกันเสียที สำหรับใครที่ยังไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไปเพราะวันนี้ได้เอาคู่มือการเดินทางครั้งแรกอย่างไรให้ปลอดภัยหายห่วงมาฝากกัน

ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนเราต้องมีบ้างกับการเดินทางไปต่างประเทศ ใครที่มีแผนการเดินทางเป็นครั้งแรกสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ได้

1.จองตั๋วเครื่องบิน เป็นด่านแรกของการเดินทางต่างประเทศ ทุกวันนี้จองตั๋วเครื่องบินได้ง่ายมากผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ เช่น Traveloka หรือ Expedia หรือหากใครมีสายการบินในใจอยู่แล้วจะจองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์ของสายการบินโดยตรงเลยก็ได้ วิธีการจองที่ถูกต้องคือต้องตรวจสอบเวลา เที่ยวบินและแผนการเดินทางของตัวเองให้ละเอียดก่อนการจองเพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่น ถึงที่หมายสายกว่าโปรแกรมเที่ยวที่วางไว้จนเวลาเที่ยวรวนไปหมด จากนั้นให้ปริ้นท์ e-ticket เก็บไว้ตอนที่ต้องเช็กอินในวันเดินทาง

2.ทำประกันการเดินทาง เป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อความอุ่นใจตลอดทริป ปัจจุบันทำได้ไม่ยาก อีกทั้งเบี้ยไม่แพงด้วย

3.จัดเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในการเดินทางให้พร้อม อาทิ พาสปอร์ต เสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็น หรือแบตสำรองโทรศัพท์มือถือ และควรมีกระเป๋าสะพายเล็ก ๆ เอาไว้ใส่ของจำเป็นพกติดตัวตลอดเวลา ที่จะลืมไม่ได้เลยคือยารักษาโรคที่ต้องทานเป็นประจำ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินเช่น ไฟฉาย หรือร่มกันฝน เพราะเมื่อถึงเวลาเที่ยวจริง ๆ จะได้ไม่ลำบากต้องเสาะหามาใช้หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิ

4.ในวันเดินทางจะต้องเผื่อเวลาเดินทางไปที่สนามบินให้ดี เพราะต้องเผื่อเวลาโหลดกระเป๋า เช็กอิน ผ่านด่านตรวจ และเดินเข้าไปในเกทขึ้นเครื่องด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันการตกเครื่องจึงจำเป็นต้องเผื่อเวลาเดินทางจากบ้านถึงสนามบิน และช่วงเวลาที่ต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนขึ้นเครื่องบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงจึงถือว่าปลอดภัยหายห่วงได้เดินทางไปเที่ยวตามแผนที่วางไว้แน่ ๆ

5.ขั้นแรกเมื่อมาถึงสนามบินจะต้องตรงไปที่เคาน์เตอร์ check-in ที่ได้จองตั๋วเครื่องบินเอาไว้ แค่ยื่น e-ticket พร้อมพาสปอร์ต โหลดกระเป๋าเดินทางแล้วรับ boarding pass มา หรือจะ check-in online มาก่อนแล้วตรงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อโหลดกระเป๋าเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อคิว check-in นาน จากนั้นผ่านด่านตรวจตามขั้นตอน ซึ่งจะมีทั้งจุดตรวจสัมภาระ ตรวจบัตรโดยสารและหนังสือเดินทาง แล้วเดินเข้าไปในเกท รอขึ้นเครื่องได้ทันที

เห็นได้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวครั้งแรกทำได้ไม่ยากเลย แค่ใช้การวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบิน และเผื่อเวลาในการเดินทางไปที่สนามบินให้ดี แค่นี้ก็จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ได้อย่างปลอดภัยหายห่วงแล้ว

อาชีพ

ข้อคิดใน “โคลงโลกนิติ” กับชีวิตยุคปัจจุบัน

ข้อคิดใน “โคลงโลกนิติ” กับชีวิตยุคปัจจุบัน

โคลงโลกนิติ เป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าสูงยิ่งทั้งด้านวรรณศิลป์และเนื้อหาสาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เห็นถึงการมองโลกของกวี สามารถนำเอาข้อคำสอนมาปรับใช้กับการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

แทบไม่น่าเชื่อว่า “โคลงโลกนิติ” บทประพันธ์ที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี จะมีคำสอนที่สามารถนำมาใช้ได้ดีในยุคปัจจุบัน หากจะกล่าวว่าคำสอนคำชี้แนะที่ปรากฏในเรื่องมีความเป็นสากล คนทุกเชื้อชาติศาสนาสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติได้ก็คงไม่ผิดไปจากความจริงนัก เรามาดูกันว่า วรรณคดีเรื่องนี้มีข้อคิดอะไรบ้าง

๑.ให้รู้จักคิดพิจารณาก่อนจะลงความเห็นในเรื่องใดๆลงไป
มีบทเปรียบเปรยบทหนึ่งในโคลงโลกนิติ ซึ่งอ่านแล้วอดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคนี้ไม่ได้ โคลงบทนี้มีอยู่ว่า

        น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว    ยูงตาม
    ทรายเหลือบหางยูงงาม ว่าหญ้า
    ตาทรายยิ่งนิลวาม        พรายเพริศ
    ลิงว่าหว้าหวังหว้า      หว่าดิ้นโดดตาม

สายน้ำที่คดเคี้ยว นกยูงมองเห็นเป็นงูจึงวิ่งตามเพื่อจับกินเป็นอาหาร ในขณะที่กวาง(ทราย)มองเห็นหางของนกยูงเป็นหญ้าเขียวก็โดดตามไปเพื่อจะกินเช่นเดียวกัน ส่วนลิงเห็นดวงตาอันดำขลับของกวางก็เข้าใจว่าเป็นลูกหว้าก็โดดวิ่งตามไปอีกเช่นกัน จนทั้งสามต้องพบชะตากรรมเดียวกันคือ จมน้ำตาย

การขาดการพิจารณาไตร่ตรองของคนในยุคปัจจุบันซึ่งมีเทคโนโลยีเอื้อให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็ว หลายคนหลงเชื่อง่ายดายกับสิ่งที่ได้เห็น ได้ยินได้ฟัง ตกหลุมพรางของข่าวเท็จ ข่าวลือ จนไม่น้อยต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับนกยูง งูและลิง

๒.หลงรูปภายนอก ละเลยเนื้อแท้ข้างใน
คนยุคปัจจุบัน มักนิยมสร้างภาพลักษณ์ภายนอกให้สวยงามดูดี มักจะละเลยความดีจากข้างใน โคลงโลกนิติได้พูดถึงคนที่ดูดีภายนอก แต่ภายในมีแต่ความชั่วร้ายว่า

        ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้     มีพรรณ
    ภายนอกแดงดูฉัน          ชาดบ้าย
    ภายในย่อมแมลงวัน            หนอนบ่อน
    ดุจดังคนใจร้าย              นอกนั้นดูงาม

ผลเดื่อหรือมะเดื่อ เป็นพืชชนิดหนึ่ง ภายในมักมีหนอนและแมลงชอนไช กวีนำมาเปรียบเทียบกับคนสวย(หล่อ)ใจทรามซึ่งตรงกันข้ามกับพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ ขนุนซึ่งผิวนอกขรุขระตะปุ่มตะป่ำ แต่รสชาติของเนื้อขนุนนั้นอร่อยหอมหวานยิ่งนัก

        ขนุนสุกสล้างแห่ง        สาขา
    ภายนอกเห็นหนามหนา       หนั่นแท้
    ภายในย่อมรสา            เอมโอช
    สาธุชนนั้นแล้               เลิศด้วยดวงใจ

๓.จิตมนุษย์นี้ไซร้ยากแท้หยั่งถึง
ด้วยเหตุที่คนในสังคมทุกวันนี้ มักหลงใหลได้ปลื้มกับรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าน้ำใสใจจริงข้างในดังกล่าว มิจฉาชีพจึงเอาช่องโหว่ดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงคนอื่น เพราะหลายคนลืมนึกถึงความจริงไปข้อหนึ่งว่า จิตใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง รูปลักษณ์ที่สวยงามภายนอก วาจาน่าเชื่อถือ สุภาพอ่อนหวาน บางทีอาจแอบซ่อนสิ่งชั่วร้ายไว้ภายใน ซึ่งโคลงโลกนิติได้กล่าวเตือนสติเอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อนว่า

        พระสมุทรสุดลึกล้น   คณนา
    สายดิ่งทิ้งทอดมา        หยั่งได้
    เขาสูงอาจวัดวา      กำหนด
    จิตมนุษย์นี้ไซร้            ยากแท้หยั่งถึง

ด้วยเหตุที่ “จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง” นี้เอง โคลงโลกนิติอีกบทหนึ่งจึงได้เตือนเอาไว้ว่า อย่าไว้ใจใครเด็ดขาดแม้กระทั่งเมียรักข้างกาย

        ช้างสารหกศอกไซร้    เสียงา
    งูเห่ากลายเป็นปลา       อย่าต้อง
    ข้าเก่าเกิดแต่ตา        ตนอยู่ ก็ดี
    เมียรักอยู่ร่วมห้อง     อย่าไว้วางใจ     

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ยกมาให้เห็นว่า โคลงโลกนิติเป็นวรรณคดีที่นอกจากจะให้ทั้งข้อคิดข้อเตือนใจผู้คนให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติแล้ว โคลงโลกนิติยังเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นความเป็นไปในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้เราได้ฉุกคิดและนำมาปรับใช้ทั้งในการดำเนินชีวิตตลอดจนในหน้าที่การงานเพื่อประโยชน์แก่ตนและประเทศชาติสืบไปค่ะ

ไม่มีหมวด

4 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเป็นคนคิดบวก

4 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเป็นคนคิดบวก

การเป็นคนคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีนั้น สามารถให้ประโยชน์กับคุณได้หลากหลายด้าน แม้ว่าในยุคนี้ผู้คนจะทำงานกันอย่างหนัก เวลาว่างมีน้อยและยังมีเรื่องดราม่าอีกมากมายหลายเรื่องรอบตัว ที่จะทำให้เกิดความเครียดง่าย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่คิดบวกอยู่เสมอและฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีน้ำใจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ย่อมสร้างประโยชน์ให้กับคุณได้มากเลยทีเดียว ดังนั้นเรามาดู 4 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเป็นคนคิดบวก คือ

1.มีความคิดที่ดีเสมอ
เมื่อคุณเป็นคนคิดบวก ย่อมกลายเป็นคนที่มีความคิดที่ดีเสมอ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือปัญหาใด ๆ ก็ไม่รู้สึกย่อท้อและจะกลายเป็นพลังด้านดีที่ช่วยให้กำลังใจ พร้อมผลักดันให้ผู้อื่นต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ รอบตัวได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าความคิดดีนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์แค่เพียงตัวคุณ แต่จะส่งผลเผื่อแผ่ไปสู่คนรอบข้างอีกด้วย

2.ได้การยอมรับจากคนรอบข้าง
เมื่อคุณเป็นคนคิดดีที่ทำให้ผู้อื่นประจักษ์เห็นความดีของตัวคุณจนชัดเจน และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนรอบตัว ก็ย่อมได้การยอมรับจากคนรู้จักและคนที่เคยใกล้ชิดกับคุณ ทั้งยังเป็นความน่าเชื่อถือที่จะทำให้ตัวคุณได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญอีกด้วย

3.ได้รับความช่วยเหลือและการร่วมมือที่ดี
เมื่อได้การยอมรับแล้ว ย่อมเป็นที่รักของผู้คนที่อยู่รอบตัวคุณและคนใกล้ชิด ซึ่งจะกลายเป็นเกราะป้องกันที่ดี เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุใดก็ตาม ถ้าเป็นไปในด้านที่โดนใส่ร้ายหรือปัญหาที่คุณไม่ได้ทำ คนทั่วไปที่รู้จักคุณดีย่อมไม่เชื่อและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแน่นอน จึงทำให้คุณหลุดพ้นจากปัญหาต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

4.ใช้ชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น
การเป็นคน คิดบวก ย่อมทำให้รู้สึกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะต่อให้คุณเจออุปสรรคหนักแค่ไหน ก็มีหลักคิดอยู่เสมอว่านี่คือประสบการณ์ที่จะทำให้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีกว่าเดิม ทำให้ไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่เผชิญอยู่ คนรอบข้างที่ยอมรับในตัวคุณและรักคุณก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ดังนั้น การเป็นคนคิดบวก จะช่วยทำให้ชีวิตของคุณเจริญรุ่งเรืองได้อย่างแน่นอน

เมื่อใดที่คุณเป็นคนคิดบวก เมื่อนั้นคุณจะใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านอย่างมีความสุข ทั้งยังเป็นการใช้ชีวิตที่มีแสงสว่างแห่งความหวังติดตัวอยู่เสมอ จึงทำให้คุณพร้อมที่จะก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ นอกจากนี้ การเป็นคนคิดบวก ยังสามารถช่วยผู้อื่นที่กำลังทุกข์ใจได้ ด้วยการให้คำแนะนำแก่เขาเพื่อให้มองเห็นวิธีแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

ไม่มีหมวด

มาทำความรู้จักสารสกัดในกระชายขาวที่ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19

มาทำความรู้จักสารสกัดในกระชายขาวที่ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19

ไวรัสโควิด-19 ส่งผลสะเทือนสังคมโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ต่อเนื่องมาถึง 2564 ก็เข้าสู่ปีที่สองแล้วแต่สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าดีขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักที่ประชากรทั่วโลกยังคงต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นจากภัยร้ายของไวรัสชนิดนี้ ที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 10 ล้านคน และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงในบางประเทศ สำหรับในประเทศไทยทุกภาคส่วนได้ผนึกกำลังกันค้นคว้าสมุนไพรและวิธีการระงับยับยั้งเจ้าไวรัสร้าย ไม่ให้แพร่ออกฤทธิ์ทำลายระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีรายงานข่าวที่น่ายินดีจาก​ “คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” เกี่ยวกับงานวิจัยสมุนไพรกระชายขาว เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลอง ดังนั้น​ เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์เราไปรู้จักกระชายขาวและสารสกัดที่ว่านี้ให้มากขึ้นพร้อม ๆ กัน

ประเทศไทยใช้ประโยชน์จากกระชายในวิถีการดำรงชีวิตมาช้านาน ทั้งเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร และใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง แก้ท้องอืด จุกเสียด แก้บิดและริดสีดวงทวารหนัก ช่วยบำรุงหัวใจ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และช่วยลดอาการนอนไม่ค่อยหลับได้เป็นอย่างดี 

ภายหลังที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลงถึงประสิทธิภาพการใช้สรรพคุณของกระชายขาว ต้านโควิด-19 เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2563 ที่ผ่านมาว่า พบสารสกัด 6 ชนิดมีฤทธิ์ยับยั้ง SARS-CoV-2 ได้ 100% และยังไม่เป็นพิษต่อเซลล์ด้วย และในจำนวน 6 ชนิดนั้นมีสารสกัด 2 ตัวที่ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสตัวต้นเหตุของโควิด-19 ได้ ในการลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้เป็น 0% และยังยับยั้งเซลล์ในการผลิตไวรัส​ ได้แก่​ สารแพนดูราทินเอ (Panduratin A) และพิโนสโตรบิน (Pinostrobin) ซึ่งส่งผลให้กระชายเป็นที่นิยมในท้องตลาดมากขึ้น พอ ๆ กับราคาที่ขยับสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม​ ด้วยเหตุผลที่ว่าการพัฒนายารักษานั้นมีกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างจากการผลิตวัคซีน และที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมียาต้านไวรัสตระกูลโคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 มาก่อน ท่ามกลางความหวังที่จะป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ วัคซีนจึงเป็นที่ต้องการมากกว่า การผลิตยารักษาจากกระชายขาวนั้นถึงแม้ว่าจะมีความจำเป็น​ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 

เพราะฉะนั้นกระชายขาวซึ่งเป็นภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนโบราณ ประยุกต์ผ่านวัฒนธรรมการกินอาหารแบบวิถีไทยอันน่ายกย่อง เป็นการสร้างภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ให้กับร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว คงจะน่าเสียดายหากเราไม่ได้ทำความรู้จักกับกระชายขาวที่มีสารสกัดสำคัญในการออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด-19​ ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนี้

ไม่มีหมวด

สิ่งที่ต้องรู้ถ้าจะทำคลิป YouTube ให้ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่ต้องรู้ถ้าจะทำคลิป YouTube ให้ประสบความสำเร็จ

การมีรายได้จาก YouTube เดือนละหลายพันถึงหลายแสนบาทต่อเดือนเป็นเป้าหมายของหลายคน เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทำได้จริง ๆ จากช่องยูทูปที่มีผู้ติดตามชมคลิปเป็นจำนวนหลายหมื่นหลายแสนวิว

คุณเองก็สามารถเป็นหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จเช่นนั้นได้ ถ้าอ่านบทความนี้จนจบ เพื่อให้รู้ว่าถ้าจะทำคลิป YouTube ให้ประสบความสำเร็จ ต้องรู้สิ่งต่อไปนี้

1.รู้จักตัวเองเสียก่อน
การรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่โดดเด่นในด้านใด เช่น มีความสามารถในการร้องเพลง ทำคลิปแอนิเมชัน หรือมีความสามารถทางวิชาการ ที่พร้อมจะถ่ายทอดให้แก่ผู้ชมคลิป YouTube ในแง่มุมใด ฯลฯ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะนำไปสู่ช่องยูทูปที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการดึงดูดกลุ่มผู้ชมเป้าหมาย ที่จะเกิดการบอกต่อกันอย่างรวดเร็ว

2.เรียนรู้เทคนิคในการทำคลิปขั้นเทพ
คุณสามารถใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ถ่ายคลิป ขอเพียงถ่ายภาพได้คมชัด มีความละเอียดภาพสูง และมีไมโครโฟนที่สามารถควบคุมเสียงรบกวนจากรอบด้านได้ เพื่อให้คลิปของคุณนั้นเสียงดังฟังชัดมากที่สุด ที่สำคัญ คือ คุณต้องศึกษาเทคนิคต่าง ๆ ในการทำคลิปให้โดดเด่น เช่น การวางมุมกล้อง การปรับแสง การใส่ภาพแอนิเมชัน

3.ความสม่ำเสมอในการทำคลิป
หากจะให้ช่องยูทูปโด่งดังประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและรายได้ ในแต่ละวันคุณต้องนำเสนอคลิปใหม่ให้ตรงเวลา เพื่อให้ผู้คนจดจำช่องคุณได้ และทำให้มีปริมาณเนื้อหาในช่องของคุณมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจะสามารถแข่งขันกับยูทูปเบอร์รายอื่นที่มีเนื้อหาในหมวดเดียวกันได้

4.เสนอมุมมองแปลกใหม่
คุณต้องนำเสนอเรื่องในมุมมองแปลกใหม่บ้าง ถ้าคุณทำคลิปในหมวดแนะนำร้านอาหาร ก็อย่าลืมว่าคนอื่นก็ทำในหมวดนี้เช่นเดียวกัน คุณจึงต้องเสาะแสวงหาร้านใหม่ ๆ ที่มีเมนูเด็ด ๆ หรือพลิกแพลงเทคนิคนำเสนอ ฯลฯ จะสร้างความจดจำและจะทำให้คนอยากคลิกเข้ามาดูเรื่อย ๆ

5.ศึกษาด้านลิขสิทธิ์
ลิขสิทธิ์ของภาพ เนื้อหา และเพลงที่ใช้ประกอบในคลิป เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องใส่ใจตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ อันจะทำให้ช่องคุณถูกแบนจากระบบของ YouTube ได้ ตัวอย่างเช่น การร้องเพลงของค่ายเพลงต่าง ๆ ก็มีข้อกำหนดที่คุณต้องรู้หลายประการ การใช้ภาพจากแหล่งภาพหรือการใช้เพลงในคลิป ก็ต้องหาแหล่งที่ผ่านการอนุญาตจาก YouTube ด้วยเช่นกัน

การทำช่อง YouTube ให้มีคุณภาพนั้น คุณต้องใส่ใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือ มองหาเอกลักษณ์ของตัวเอง เนื้อหาสาระที่จะเสนอก็ต้องให้ประโยชน์แก่ผู้ชม หมั่นพัฒนาเทคนิคในการถ่ายทำและตัดต่อคลิปให้น่าสนใจ ควบคู่กับศึกษาด้านลิขสิทธิ์หรือข้อกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ไม่มีหมวด

แนะนำ 4 ประเทศ ไม่ต้องใช้วีซ่าที่คนไทยควรวางแผนไปเที่ยวหลังโควิด

แนะนำ 4 ประเทศ ไม่ต้องใช้วีซ่าที่คนไทยควรวางแผนไปเที่ยวหลังโควิด

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงต้นปี 2563 นอกจากจะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนเปลี่ยนไปหลายเรื่องแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้หลายคนจำต้องงดไปโดยปริยายนั้นก็คงหนีไม่พ้นการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยไม่น้อยจะรู้สึกโหยหาและตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปเที่ยวต่างประเทศทันทีที่สถานการณ์โควิดทั่วโลกคลี่คลาย แต่จะมีประเทศไหนน่าสนใจและคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าบ้างนั้น ติดตามอ่านรีวิวกันได้เลย

ญี่ปุ่น – 15 วัน
หลังจากไม่มีการระบาดของ COVID-19 แล้ว เชื่อว่าประเทศแรกที่คนไทยอยากไปเที่ยวมากที่สุดคือ ‘ญี่ปุ่น’ ประเทศที่คนไทยนิยมไปเยือนมากที่สุดอันดับหนึ่ง ซึ่งเหตุผลที่ทำให้คนไทยนิยมไปนั้นก็เป็นเพราะที่ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ วัด ศาลเจ้า แหล่งช้อปปิ้ง แหล่งรวมอาหารรสเลิศ และที่สำคัญขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางและความปลอดภัย ท่องเที่ยวคนเดียวได้อย่างสบายใจ

ไต้หวัน -14 วัน
ต้องยอมรับว่า ‘ไต้หวัน’ เป็นอีกหนึ่งประเทศไทยที่คนไทยไปท่องเที่ยว เพราะสามารถตอบโจท์ย์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งสายกินที่มักจะไปเช็คอินกันที่ตลาดปลาไทเป สายช้อปก็มีย่านซีเหมินติงให้จับจ่ายใช้สอย แต่ถ้าใครเป็นสายมูหรือชอบธรรมชาติบอกเลยว่าห้ามพลาดวัดหลงซานหรือวัดซื่อหนานอย่างเด็ดขาด ส่วนถ้าใครชอบความเป็นธรรมชาติหรือประวัติศาสตร์ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน ทะเลสาบสุริยันจันทราหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค ให้เลือกไปเก็บความประทับใจได้อย่างจุใจ

เวียดนาม – 30 วัน
สำหรับคนไม่อยากเดินทางไกล มีเวลาพักผ่อนสั้น งบประมาณน้อย หรือเป็นมือใหม่หัดเที่ยว ก็แนะนำว่าให้พิจารณาประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ‘เวียดนาม’ เพราะนอกจากจะใกล้กับประเทศไทยและใช้เวลาในการเดินทางไม่นานแล้ว ในส่วนของวัตนธรรม อาหารการกิน อากาศ และชีวิตความเป็นอยู่ยังใกล้เคียงกับประเทศไทย จึงช่วยลดเวลาการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางได้มาก

เกาหลีใต้ – 90 วัน
ปิดท้ายกันด้วย ‘เกาหลีใต้’ ประเทศยอดฮิตที่ครองใจคนไทยมานาน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่เป็นคอซีรีส์และสาวก K-POP แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับละครและวงการเพลงแล้ว เกาหลีใต้ยังโดดเด่นในเรื่องของอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งช้อปปิ้งของแฟชั่น ของฝาก เครื่องสำอาง นอกจากนั้นยังเป็นอีกหนึ่งประเทศที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีและทุกฤดูกาลอีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 4 ประเทศ ไม่ต้องใช้วีซ่าที่คนไทยควรวางแผนไปเที่ยวหลังโควิดที่เราเลือกมาฝากในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 เช่นเดียวกับไทย แต่รับรองเลยว่าเมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็ยังมีความน่าเที่ยวเหมือนเดิมแน่นอน

ความสำเร็จ

5 พฤติกรรมที่คนสำเร็จมักทำเป็นประจำ

5 พฤติกรรมที่คนสำเร็จมักทำเป็นประจำ

เราเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนที่เขาสำเร็จเป็นเศรษฐี เป็นคนดัง หรือเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เขาถึงได้สำเร็จได้อย่างสูงสุดขนาดนั้น เมื่อมองกลับมาที่ตัวเรา เราต่างกับคนที่มีชื่อเสียงและคนสำเร็จเหล่านั้นตรงไหน เพราะหน้าตาเราไม่ดีหรือเพราะเราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย หรือเพราะเราไม่มีโอกาสกันแน่ ไม่ว่าสิ่งที่คุณกำลังคิดอยู่นั้นจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เพราะทุกคนล้วนมีเหตุของตัวเอง รวมทั้งคนที่ประสบความสำเร็จด้วย เขาก็มีเหตุที่เขาต้องสำเร็จในแบบของเขาเช่นกัน มาดูกันว่านอกจากวิธีการคิด หรือเหตุผลที่เขาต้องสำเร็จแล้ว เขายังมีพฤติกรรมอะไรที่ช่วยให้เขากลายเป็นคนที่สำเร็จ จนโด่งดัง และมีทรัพย์สินเงินทองมากมายได้

1.คนสำเร็จตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน
มีคนสำเร็จมากกว่าครึ่งที่เขาให้ความสำคัญกับการตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน เพื่อให้สามารถควบคุมทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ในชีวิตแต่ละวันของเขาให้ประสบความสำเร็จได้ เช่น ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group เจ้าของบริษัทมากกว่า 400 บริษัทใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก เขาเป็นคนชอบตื่นเช้าทุกวัน เพราะการตื่นเช้าทำให้เขามีเวลาทำสิ่งที่เขามีความสุขมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย และได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวก่อนออกไปทำงาน

2.อ่านหนังสือหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา
วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีระดับต้น ๆ ของโลก เขาใช้เวลาในการอ่านหนังสือมากกว่า 80% ของวันไปกับการอ่านหนังสือทุกวัน วันละ 500 หน้า และยังมีคนดังหลายคนที่ใช้เวลาแต่ละวันกับการอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่อ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน เพราะพวกเขารู้ดีว่าการอ่านหนังสือทำให้พวกเขามีความรู้และมีมุมมองที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เขาเคยรู้

3.วางแผนการทำงานล่วงหน้า
คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะวางแผนการทำงานไว้ล่วงหน้า อาจจะเป็นช่วงเวลาก่อนเลิกงานสัก 10-15 นาทีก่อนเลิกงาน หรือยอมเสียเวลาก่อนนอนเพื่อจดรายการสิ่งที่ต้องทำ (To do List) วางแผนการทำงานที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เวลาทุกนาทีในแต่ละวันของพวกเขาเกิดประโยชน์และมีความคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งหากกลับไปศึกษาประวัติของคนดังหลาย ๆ คนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลามาก พวกเขาจึงต้องวางแผนการทำงานเพื่อใช้เวลาทุกวันอย่างคุ้มค่านั่นเอง

4.โฟกัสที่เป้าหมาย
คนสำเร็จทุกคนเขาจะเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายใหญ่ และจะโฟกัสกับเป้าหมายของเขาอย่างแน่วแน่ สิ่งไหนที่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมายเขา หรือไม่ได้มีผลให้เป้าหมายของเขาสำเร็จ เขาจะไม่ยอมเสียเวลาทำสิ่งนั้นเลย นั่นจึงทำให้คนสำเร็จทุกคนรู้จักการปฏิเสธ สิ่งไหนที่ไม่อยู่ในเป้าหมายที่วางไว้ เขาจะรู้จักปฏิเสธ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับสิ่งที่จะมาขัดขวางเขาในการเดินไปยังเป้าหมายที่เขาตั้งไว้

5.สร้างโอกาสด้วยตัวเอง ไม่นั่งรอโชคชะตา
คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ไม่มัวมานั่งรอโอกาสจากคนอื่นให้เสียเวลา ในหัวเขาจะคิดหาทางสร้างโอกาสให้กับตัวเองตลอดเวลา เขาจะไม่ยอมเสียเวลาให้กับปัญหาระหว่างทาง เพราะเขามองว่าปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเกิดขึ้นได้ ก็จะหาทางแก้ไขได้เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นคนที่นิ่ง สุขุม เพราะในสมองเขาคิดแต่เรื่องงานและเรื่องวิธีการที่จะสร้างโอกาสให้กับตัวเองตลอดเวลานั่นเอง

นี่เป็นเพียงพฤติกรรมส่วนหนึ่งที่คนสำเร็จส่วนใหญ่ทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเขา ยังมีอีกหลายสิ่งที่คนสำเร็จเขามักทำกัน หากคุณมีคนสำเร็จที่คุณชื่นชอบอยู่ ลองศึกษาประวัติของพวกเขาเหล่านั้นดู แล้วจะเห็นว่าความสำเร็จที่เขาเป็นอยู่นั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเลย ทุกความสำเร็จเขาได้มาจากการลงมือสร้างมันด้วยตัวเอง บวกกับพฤติกรรมที่เขาทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัยที่ส่งเสริมให้เขาประสบความสำเร็จ ดังนั้นแล้ว ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ ก็เพียงปรับเปลี่ยนให้มีพฤติกรรมเหมือนพวกเขา ก็จะมีโอกาสทำได้เหมือนเขาเช่นกัน

เทคนิคการบริหารเวลาที่ทุกคนทำได้จริง
บริหารเวลา

เทคนิคการบริหารเวลาที่ทุกคนทำได้จริง

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณมีเวลาเหลือเฟือมากยิ่งขึ้นในการทำสิ่งที่ต้องการเพราะทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ผู้บริหารเวลาได้อย่างดีเท่านั้น จึงจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในด้านการงาน การเงิน ครอบครัว และมีอิสระในการใช้เวลามากกว่าคนอื่น เรามาดูกันว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้างที่ทุกคนทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

1.ใช้ชีวิตเรียบง่าย
หากคุณสังเกตว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการมีธุรกิจของตัวเองจำนวนไม่น้อยเป็นผู้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เพื่อประหยัดเวลาในการคิดตัดสินใจเรื่องไม่จำเป็น ไปให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากกว่า เช่น เลือกแต่งกายแบบเรียบง่าย ในสไตล์เดิม ๆ ใช้สีเรียบง่าย เนื้อผ้าคล้ายกัน เพื่อไม่ต้องเสียเวลากับการเลือกรูปแบบเสื้อผ้าที่ต้องสวมใส่ในแต่ละวัน ดังที่เราเห็น Steve Jobs มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่เป็นมหาเศรษฐีของโลกจากการทำงานด้านไอที ก็เลือกใส่เสื้อผ้าสีพื้นและกางเกงยีนส์ ตลอดทั้งปี

2.ใช้เวลาตอนเช้าอย่างเต็มที่
การมีวินัยเริ่มได้ตั้งแต่ตั้งนาฬิกาปลุกตื่นนอน โดยควรตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อให้มีเวลาเหลือเฟือกับการออกกำลังกายวันละสามสิบนาที อันทำให้ร่างกายมีการตื่นตัวสูง ได้รับออกซิเจนจากอากาศบริสุทธิ์ และยังมีเวลามากพอในการรับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อแรกหลังจากการอดอาหารในช่วงเวลานอนหลับมานับ 10 ชั่วโมงได้ ซึ่งจะกระตุ้นระบบการขับถ่ายที่ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ การทำสมาธิก่อนทำงานวันละ 5-10 นาที จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

3.ลำดับความสำคัญของงานอย่างเหมาะสม
ควรกำหนดเวลาทำงานไม่เกินวันละ 8 ถึง 10 ชั่วโมง และวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งที่จำเป็นต้องทำและมีเวลาเหลือทำสิ่งอื่น ๆ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกับสัตว์เลี้ยง พบปะเพื่อนฝูง ฯลฯ ทั้งนี้ ควรเลือกทำงานที่ต้องใช้พลังสมองสูงและเป็นงานชิ้นยากที่สุดในตอนเช้า เพราะร่างกายเรายังมีพลังเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนงานที่ไม่ด่วนและไม่สำคัญสามารถนำไปไว้ลำดับท้ายสุดหรือมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้

4.เตรียมสิ่งของล่วงหน้าตั้งแต่ตอนก่อนนอน
สิ่งที่ควรเตรียมล่วงหน้า เช่น เครื่องแต่งกาย เอกสารการประชุม ตารางนัดหมายงานลูกค้า ฯลฯ ไม่ควรเตรียมตอนเช้า เพราะจะเสี่ยงต่อการไปทำงานสายและยังมีความวิตกกังวลตามมาด้วย เพียงสละเวลา 15-20 นาทีก่อนนอน ก็จะทำให้การทำงานในวันต่อไปมีความราบรื่นขึ้นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาด้วยเทคนิคที่กล่าวมาเป็นประโยชน์สำหรับบุคคลทุกสาขาอาชีพ ซึ่งสามารถใช้แล้วเห็นผลได้จริง เรามั่นใจว่าหากคุณนำไปปรับใช้จะเพิ่มความมีระเบียบวินัยในการใช้เวลามากขึ้น ทำให้คุณเหลือเวลาและทำสิ่งที่ต้องการได้มากยิ่งขึ้นแน่นอน